วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2558

การเลือกซื้อ เครื่องฉีดน้ำ เครื่องล้างรถ


เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง สิ่งที่เราต้องทบทวนอย่างแรกคือ การนำไปใช้งาน เพราะว่าเครื่องฉีดน้ำมีด้วย กันหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายแรงดัน ตั้งแต่ 70 Bar 90 Bar 100 Bar 110 Bar 120 Bar จนถึง 200 Bar กันเลยทีเดียว นอกจากจะมีหลาก หลายแรงดันแล้ว ยังต้องดูเรื่องจำนวนการให้น้ำว่ากี่ลิตร/ชั่วโมง และรูปร่างของมอเตอร์ งบประมาณที่เราตั้งเอาไว้ในการที่จะเป็นเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง สักตัว  นอกจากนี้แล้วที่สำคัญที่สุดคือ การรับรองสินค้า (อันนี้สำคัญมาก)
อย่างที่พูดในข้างต้น ควรใช้ (Pressure) แรงดันเท่าไรดี ?
จากความชำนาญของการขายเครื่องล้างรถมาพอสมควร ผม มักจะสรุปได้ดังนี้ คือลูกค้ามักใช้เครื่องฉีดน้ำไปใช้งานไม่ตรงกับ ประเภทการใช้งานจริงๆ เนื่องมาจาก ซื้อเอาเพราะราคาเบาๆ ก็พอ คิดว่าไม่แตกต่างกัน สำหรับเครื่องมือช่างอื่นๆ ผมว่าพอทำได้  แต่เครื่องล้างรถเป็นข้อละเว้น มันเป็นเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับแรงดัน ทำให้เกิดความเสียหายได้ง่ายถ้าหาก  การผลิต และการ QC มาไม่ดีพอ (ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า คนเขียนไม่มีนโยบายให้ลูกค้าต้องใช้ของแพง)

ผู้ใช้งานเครื่องล้างอัดฉีด ให้พิจารณาดังนี้ ว่าเราต้องการเอาไปล้างอะไร เช่นถ้าหากเอาไป ล้างรถยนต์ ล้างพื้นบ้าน(พื้นที่ไม่ใหญ่มาก) ให้พิจารณาเครื่องฉีดน้ำประมาณ  100-120 Bar ก็พอแล้ว เอาที่มีอัตราการใช้น้ำมากหน่อยลองเปรียบเทียบดู แล้วไปดูว่าลักษณะมอเตอร์เป็นระบบใด สำหรับเครื่องฉีดน้ำที่ให้แรงดันขนาดนี้จะมีมอเตอร์ให้เลือก 2 แบบด้วยกัน คือ universal Motor (มีแปรงถ่าน) และอีกชนิดคือ ชนิด  Induction Motor
     สำหรับเครื่องล้างอัดฉีดที่ใช้มอเตอร์ชนิด universal Motor นั้นมีข้อดีคือราคาถูก ข้อบกพร่องคือ จะมีความร้อนสะสมรวดเร็วทำให้ใช้งานต่อเนื่องยาวนานไม่ได้ ใช้ประมาณ 20-25 นาที ต้องพักโดยประมาณ 10-15 นาที และมีเสียงดังมาก ถ้าหากคุณใช้งานตามบ้าน ไม่ได้ใช้งานหนักก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี ราคาอยู่ประมาณ 2,xxx - 7,xxx บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ และ คุณภาพครับ
     สำหรับเครื่องล้างอัดฉีดที่ใช้มอเตอร์ชนิด Induction Motor เป็นมอเตอร์ความเร็วรอบต่ำ  ทำให้ความร้อนสะสมน้อย ทำให้ฉีดต่อเนื่องได้ยาวนาน เสียงเงียบ สำหรับผู้ใช้ตามบ้านที่เป็นห่วงเรื่องเสียงของเครื่องฉีดน้ำ ล้างรถ แนะนำให้ใช้เครื่องฉีดน้ำที่ใช้มอเตอร์ประเภทนี้ แต่จะต้องแลกมาด้วยค่าตัวของมัน ซึ่งแพงขึ้น มาหน่อย อยู่ราวๆ 6,xxx - 2x,xxxx บาท ขึ้นอยู่กับ ยี่ห้อ แหล่งผลิต วัสดุที่ใช้ในการผลิต และเทคโนโลยี ซึ่งเครื่องล้างอัดฉีดในกลุ่มนี้ มีเทคโนโลยีต่างกันมากมาย สำหรับเครื่องฉีดน้ำในกลุ่มนี้
 เพียงเท่านี้ ทุกท่านก็หน้าจะเลือกเครื่องล้างรถได้ตรงกับความปรารถนาแล้วนะครับ

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2558

ใช้ปั๊มลมในธุริกิจอุตสาหกรรม

1. ปั๊มลมแบบลูกสูบ (PISTON COMPRESSOR)
เป็นเครื่องอัดลมหรือปั๊มลมที่นิยมใช้ถือว่าเป็นปั๊มลมที่ใช้กันมากเนื่องจากสมรรถนะอัดลม คือสร้างความดันหรือแรงดันได้ตั้งแต่ 1บาร์ (bar)ไล่ระดับไปจนถึงเป็นพันบาร์(bar) เป็นเหตุให้ปั๊มลมแบบลูกสูบทำได้ตั้งแต่ความดันต่ำ ความดันปานกลาง จนไปถึงความดันสูง มีแบบใช้สายพาน จะให้เสียงเงียบกว่าแบบ โรตารี่ ที่มีมอเตอร์ในตัว จุดเด่นของโรตารี่คือได้ลมใช้งานที่เร็วกว่าแบบสายพาน
2.ปั้มลมแบบสกรู (SCREW COMPRESSOR)
เป็นที่นิยมในโรงงาน ตัวเครื่องมีการผลิตที่มีคุณภาพสูงในการผลิตโรเตอร์ ตัวเครื่องจะ ไม่มีลิ้นในการเปิดปิด แต่ต้องการระบบถ่ายเทความร้อนที่ดีออกจากปั้มมีทั้งระบบระบายความร้อนด้วยอากาศหรือใช้น้ำระบายความร้อนหากเป็นเครื่องความจุใหญ่ ปั้มลมจะสามารถจ่ายลม 170 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที (m3/min) อีกทั้งสร้างความดันได้ถึง 10 บาร์
3. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบไดอะเฟรม (DIAPHARGM COMPRESSOR)
เป็นปั๊มลมที่ใช้ตัวไดอะแฟรมทำให้การดำเนินการของลูกสูบและหัวดูดอากาศแยกออกจากกัน ดังนั้นลมที่ถูกดูดเขาในปั๊ม หรืออัดอากาศ จะไม่ได้มีการโดนหรือสัมผัสกับส่วนที่เป็นโลหะ และลมที่ได้จะไม่มีการผสมน้ำมันหล่อลื่นแต่จะไม่สามารถสร้างแรงดันได้สูง จุดเด่นคือลมที่ได้จากปั๊มประเภทนี้จึงมีความเสถียรมากและมักใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมเคมี และอาจะใช้ในการอุสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำเนื่องจากเสียงที่นุ่มนวลกว่าแบบลูกสูบ
4. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบใบพัดเลื่อน (SLIDING VANE ROTARY COMPRESSOR)
ราคาปั๊มลมชนิดนี้ข้อดีคือเสี่ยงจะไม่ดังการทำงานของการหมุนจะเรียบมีความต่อเนื่องการอัดอากาศคงที่ ไม่มีลิ้นหรือวาวล์ในการเปิดปิดในพื้นที่จำกัดทำให้ไวต่อความร้อน หากต้องการประสิทธิภาพที่ดีจะต้องผลิตด้วยความประณีต สามารถกระจายลม 4-100 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที (m3/min) ส่วนความดันทำได้ที่ 4-10 บาร์(Bar)
5. ปั้มลมแบบใบพัดหมุน (ROOTS COMPRESSOR)
เครื่องปั๊มลมนี้จะมีใบพัดหมุน 2 ตัว เมื่อโรเตอร์ 2 ตัวทำการหมุน สภาพอากาศจะถูกดูดจากฝากหนึ่งไปยังอีกฝากหนึ่ง โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงความจุ ทำให้อากาศไม่ถูกบีบหรืออัดตัว แต่อากาศจะถูกอัดตัวก็ต่อเมื่ออากาศได้ถูกส่งเข้าไปยังถังเก็บลม ปั้มลมแบบนี้ทุนการผลิตจะแพง ไม่มีลิ้น ไม่ต้องการหล่อลื่นระหว่างที่ทำงาน แต่ต้องมีการระบายความร้อนที่ดี
6. ปั้มลมแบบกังหัน (RADIAL AND AXIAL FLOW COMPRESSOR)
ขายปั๊มลมปั้มลมแบบนี้จะได้อัตราการจ่ายลมที่มาก ลักษณะเป็นใบพัดกังหันดูดเข้ามาจากด้านหนึ่งไปสู่อีกด้านหนึ่งด้วยการหมุนความเร็วสูง ประเภทใบพัดจึงมีส่วนสำคัญเรื่องอัตราการจ่ายลมด้วย

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ปั๊มน้ำบาดาลอุปโภคบริโภคและทำสวนทำเกษตร

ปั๊มน้ำบาดาล(Pump) เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ช่วยส่งผ่านพลังงานจากแหล่งแหล่งกำเนิดไปยังของเหลว เพื่อเป็นเหตุให้ของเหลวเคลื่อนจากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่งที่อยู่สูงกว่า หรือในระยะทางที่ไกลออกไป โดยจุดเริ่มของเครื่องปั๊มน้ำนี้มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 2,000 ปีก่อนคริสตศักราช ซึ่งในช่วงแรกมีการใช้พลังงาน ที่ได้จากมนุษย์ สัตว์ หลังจากนั้นจึงได้ใช้พลังงานจากธรรมชาติ เช่น พลังงานจากลม และน้ำเป็นแหล่งจุดเริ่มต้น ซึ่งในระยะเริ่มต้นเพียง เพื่อที่จะการอุปโภคบริโภคและทำสวนอย่างเดียว

ปั๊มน้ำ ที่นิยมใช้ในบ้านโดยมากเป็นชนิดสำเร็จรูป ประกอบด้วย ตัวปั๊มและถังความดัน มีอยู่หลายรูปแบบ เช่น แบบที่เป็นตัวปั๊มยึดอยู่บนถังความดัน และมีฝาครอบที่เรียกว่า ปั๊มน้ำอัตโนมัติ ทั้งนี้เพราะปั๊มน้ำ ราคาถูก ตัวปั๊มจะควบคุมการทำงานด้วนสวิตซ์ความดัน (Pressure Switch) ซึ่งทำงานอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดใช้น้ำในบ้าน ความดันในท่อจะลดลงจนถึงค่าที่ตั้งไว้ ปั๊มน้ำจะทำงานจ่ายน้ำเข้าเส้นท่อเมื่อหยุดหรือปิดเครื่องมือความดันจะเพิ่มสูงขึ้นจนถึงค่าที่ตั้งไว้ ปั๊มจะหยุดเครื่องปั๊มน้ำแบบนี้มักมีขนาดเล็ก ๆ จนถึงขนาดกลาง ถ้าเป็นบ้านหรืออาคารขนาดใหญ่ ต้องใช้ชุดเครื่องปั๊มน้ำแบบ Packaged Booster Pump Set ซึ่งจะจ่ายน้ำได้ในจำนวนสูง และเลือกความดันหลายระดับ แบ่งได้ 2 ประเภท คือ
1. ปั๊มน้ำอัตโนมัติ เหมาะสำหรับอาคาร ห้องแถว ทาวน์เฮ้าส์ อาคารบ้านเรือนเดี่ยว มีลักษณะเป็นระบบสวิตซ์เปิด-ปิดอัตโนมัติ ประหยัดไฟ มีกำลังส่งไปยังจุดต่าง ๆ
ภายในบ้านได้ดี สามารถต่อกับเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องซักผ้า หรือก๊อกน้ำได้
2. ปั๊มน้ำแรงดันคงที่ พอเหมาะสำหรับอาคารตึกแถว ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว เป็นปั๊มอัตโนมัติควบคุมแรงดันคงที่ ให้น้ำสม่ำเสมอ เหมาะกับการติดตั้งใช้กับเครื่องทำน้ำอุ่น ที่สำคัญไม่เป็นสนิมตลอดอายุการใช้งาน


ปั๊มน้ำ การเลือกสรรซื้อปั๊มน้ำ
ถ้าเราจะเลือกสรรปั๊มน้ำสักตัวใช้งานให้เหมาะสมกับหัวสปริงเกอร์ที่ใช้งานหรือใช้งานทั่วไปแล้ว แล้วคำนวนราคาปั๊มน้ำตามแนวคิดจริงๆผมว่าชาวบ้านอย่างเราคงเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใจและไม่มีวันเข้าใจ ตั้งแต่เห็นสูตรการคำนวนอันแรกแล้ว แต่ถึงเราไม่อยากดูสูตรที่ชวนตาลาย แต่ว่าเราก็จำเป็นต้องรู้ขั้นพื้นฐานต่างๆของปั๊มด้วยเช่น หน่วยวัดต่างๆที่ใช้กับปั๊มน้ำ , การดูตารางความสามารถของปั๊มน้ำ , แรงดันสูญเสียภายในท่อ, ไม่อย่างนั้นเราจะเป็นไปไม่ได้รู้วิถีทางการเลือกได้เลย ชนิดของเครื่องปั๊มน้ำก็มีอยู่หลายหลากให้เลือก ซึ่งผู้ใช้ก็ต้องคำนึงถึงการใช้งานของตนเอง โดยจำนวนมากก็แบ่งออกเป็นเครื่องปั๊มน้ำเพราะอาคารขนาดใหญ่หรือโรงงานอุตสาหกรรม และสำหรับบ้านเรือนทั่วไป ซึ่งตรงนี้จำเป็นจะต้องได้รับคำปรึกษาจากมืออาชีพก่อนจะตกลงใจซื้อ

ในสมัยนี้เครื่องปั๊มน้ำจัดเป็นวัสดุอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมืออีกชนิดหนึ่งที่มีความยุ่งเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนอย่างมาก เป็นวัสดุอุปกรณ์ ที่ช่วยจัดส่งน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค การเกษตร กรมการติดต่อสื่อสาร อุตสาหกรรม ทั่วถึงกันจนการบำบัดน้ำเสีย เพื่อรักษา สภาวะแวดล้อม ที่ดีให้กับมนุษย์ ซึ่งวิวัฒนาการของเครื่องปั๊มน้ำในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนไปจากเดิม ที่ใช้พลังงานจาก แหล่งธรรมชาติมาเป็น การใช้พลังงานจากไอน้ำ จากเครื่องยนต์ และที่นิยมกันมากคือ การใช้พลังงานไฟฟ้า เพราะว่าความง่ายและง่ายต่อการใช้งานของประเภทงาน

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ปั๊มน้ำแบบต่างๆ และวิธีการเลือกซื้อปั๊มน้ำ ให้สมควรกับลักษณะงาน


"ปั๊มน้ำ" เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีการซื้อขายกันมานาน และมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค

ปั๊มน้ำ เป็นส่วนใหญ่มีอยู่ 5 ตระกูล ได้แก่ ปั๊มน้ำอัตโนมัติ, ปั๊มน้ำกึ่งอัตโนมัติ, ปั๊มหอยโข่ง ปั๊มน้ำบาดาล และปั๊มจุ่มหรือปั๊มแช่ ซึ่งแต่ละชนิดจะมีลักษณะการใช้งานแตกต่างกันออกไป

ปั๊มน้ำอัตโนมัติ ควรสำหรับการใช้ภายในบ้าน คือ เมื่อมีการเปิดก๊อกน้ำ ปั๊มน้ำจะทำงาน พอเลิกใช้ปั๊มน้ำก็หยุดทำงาน สัดส่วนของปั๊มน้ำอัตโนมัติมีตั้งแต่ 100-400 วัตต์ สำหรับ 100–150 วัตต์

เหมาะกับบ้านที่มีผู้อาศัย 2-3 คน และ ขนาด 400 - 700 วัตต์ สำหรับครอบครัวใหญ่

ปั๊มจุ่มหรือปั๊มแช่ เหมาะสำหรับการดึงน้ำ เช่น ดึงน้ำท่วมบ้าน ดึงน้ำจากบ่อ ปั๊มจุ่มจะมีให้เลือกหลายขนาด ถ้าอยากได้ให้ดึงน้ำเร็วต้องใช้ตัวที่วัตต์สูง เช่น 200 -250 วัตต์ แต่ถ้าไม่อยากได้ดึงน้ำมากๆ ใช้

วัตต์น้อยๆ ก็จะประหยัดได้ด้วย ในการใช้งานติดต่อกันจะใช้ได้แค่ 7 ชั่วโมง ถ้าเกินจากนั้นปั๊มน้ำจะร้อนจัดทำให้มอเตอร์ตัดและใบพัดล็อค เราต้องถอดใบพัดออกมาหมุนกลับเข้าไปใหม่ ก็จะใช้งานได้

อย่างเดิม

ปั๊มหอยโข่ง เหมาะสำหรับกับการดึงน้ำเก็บใส่ถัง เหมือนที่ใช้ในการเกษตรคือส่งน้ำไปไกลๆ หรือดึงน้ำขึ้นไปบนอาคารสูงๆ ก็เพราะว่าปั๊มหอยโข่งจะมีแรงม้าสูง มี 1 แรงม้า 2 แรงม้า แต่ไม่เป็นระบบ

อัตโนมัติ ตัวนี้เหมาะกับการใช้งานติดต่อกันนานๆ

ปั๊มกึ่งอัตโนมัติ จะเหมือนๆ กับปั๊มอัตโนมัติ แต่เราต้องเปิด-ปิดสวิทช์ หรือเสียบปลั๊ก-ถอดปลั๊กใช้งานเอง ซึ่งไม่ค่อยเป็นที่นิยม ลูกค้าส่วนใหญ่จะนิยมแบบอัตโนมัติไปเลย

ปั๊มน้ำบาดาล เป็นปั๊มน้ำที่ดูดมาใช้ข้างในครัวเรือนหรือใช้ในการเกษตรกรรม

การเลือกปั๊มน้ำให้เหมาะสมกับงานจะช่วยประหยัดเงิน
การเลือกใช้ปั๊มน้ำนั้น สำหรับเครื่องมือช่างถ้าใช้ภายในบ้านเราต้องดูจากจำนวนผู้อยู่อาศัยว่าอยู่กันกี่คน เช่น ทาวเฮาส์ 2 ชั้น จะมีแค่ 2-3 ห้องน้ำ เลือกใช้ปั๊มขนาด 100-150 วัตต์ก็พอ หรือถ้าไม่มี

เครื่องทำน้ำอุ่น เลือกใช้แค่ 100 วัตต์ เราก็สามารถเปิดน้ำพร้อมกันได้ 2-3 จุด แต่ถ้าใช้เครื่องทำน้ำอุ่น ควรเพิ่มเป็น 150 วัตต์ เพราะจะช่วยเพิ่มแรงดันน้ำอุ่นหรือเมื่อเราเปิดก๊อกน้ำหลายจุดพร้อมกัน

แล้วถ้าเป็นลูกค้าบ้านเดี่ยวอยากแนะนำให้ใช้ปั๊มขนาด 200–250 วัตต์ เพราะจะเปิดพร้อมกันได้ถึง 5-6 จุด หรือถ้าติดเครื่องทำน้ำอุ่นถึง 3 ห้องน้ำ ขอแนะนำให้ใช้แบบ 250 วัตต์ เพราะจะดีตรงที่

ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้เช่นกัน

อีกอย่างที่ช่วยให้ประหยัดไฟคือการเลือกใช้ฝักบัว ฝักบัวที่น้ำออกมาเป็นฝอยจะช่วยประหยัดน้ำ แต่ถ้าเป็นฝักบัวแบบที่เปิดแล้วน้ำออกมาเป็นสายอย่างนี้จะสิ้นเปลืองน้ำกว่า ไม่ประหยัดน้ำเพราะน้ำจะไหล

ออกมาเร็วเกินพอดี และกินไฟมากขึ้นเพราะมอเตอร์ปั๊มน้ำจะทำงานต่อเนื่องไม่ตัด ดังนั้นการที่เราเลือกฝักบัวหรือสายฉีดชำระที่มีความละเอียดเวลาน้ำออกมา มอเตอร์จะไม่ทำงานหนักเพราะตัดได้บ่อย

ไม่ทำงานสม่ำเสมอ แบบนี้จะดีในการเลือกใช้

การติดตั้งปั๊มน้ำอย่างถูกวิธีการช่วยประหยัดพลังงาน
ในการติดตั้งปั๊มน้ำ สำหรับเครื่องมือช่างช่างประปา ไม่แนะนำให้ติดตั้งแบบดึงตรง (by pass) แนะนำให้ต่อกับแท็งก์น้ำ (ติดตั้งแท็งก์น้ำเพิ่ม) แล้วให้ปั๊มดึงน้ำจากแท็งก์เข้าบ้านนี้จะช่วย

ประหยัดไฟกว่าเป็นพิเศษ อีกอย่างคือการติดตั้งแท็งก์น้ำจะช่วยให้น้ำใช้หรือน้ำฝักบัวของเราไม่มีตะกอน เพราะว่าเวลาที่น้ำเข้าแท็งก์ตัวตะกอนจะตกลงก้นแท็งก์ก่อน เวลาใช้ปั๊มดึงก็จะได้น้ำสะอาดออกมา

ทีนี้ก็ช่วยประหยัดน้ำ-ประหยัดไฟได้เยอะเลย...

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การเลือกซื้อ เครื่องฉีดน้ำล้างรถ (เครื่องฉีดน้ำล้างรถ)

การเลือกซื้อ เครื่องฉีดน้ำล้างรถ (เครื่องฉีดน้ำล้างรถ)
สิ่งที่เราต้องตรวจสอบอย่างแรกคือ การนำไปใช้งาน เพราะเครื่องล้างอัดฉีดมีด้วยกันหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายแรงดัน ตั้งแ่ต่ 70 Bar 90  Bar 100 Bar 110 Bar 120 Bar จนถึง 200 Bar กันเลยทีเดียว นอกจากจะมีหลากหลาย แรงดันแล้ว ยังต้องดูเรื่องปริมาณการให้น้ำว่ากี่ลิตร/ชั่วโมง และประเภทของมอเตอร์ งบประมาณที่เราตั้ง เอาไว้ในการที่จะเป็นเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง สักตัว นอกจากนี้แล้วที่สำคัญที่สุดคือ การรับประกันสินค้า (อันนี้สำคัญมาก)

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สว่านไฟฟ้า อุปกรณ์งานช่างที่สำหรับมากๆสำหรับช่างไม้


สว่านไฟฟ้า อุปกรณ์งานช่างที่สำหรับมากๆสำหรับช่างไม้
สว่านไฟฟ้า คืออุปกรณ์งานช่างชนิดหนึ่ง ใช้สำหรับเจาะรูบนวัสดุหลายแบบ เป็นอุปกรณ์ช่างไม้ที่ใช้ประจำในงานไม้และงานโลหะ ประกอบด้วยส่วนสำคัญคือดอกสว่านที่หมุนได้
ดอกสว่านยึดอยู่กับเดือยด้านหนึ่งของสว่าน และถูกกดลงไปบนวัสดุที่ต้องการจากนั้นจึงถูกทำให้หมุน ปลายดอกสว่านจะทำงานเป็นตัวตัดเจาะวัสดุ กำจัดเศษวัสดุระหว่างการเจาะ (เช่น ขี้เลื่อย) หรือทำงานเป็นตัวสูบอนุภาคเล็กๆ (เช่นการเจาะน้ำมัน)

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

แนะนำวิธีซื้อ เครื่องปั๊มลม (Air Compressor)


แนะนำวิธีซื้อ เครื่องปั๊มลม (Air Compressor)
ปั๊มลม หรือ เครื่องอัดอากาศ เครื่องอัดลม มีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Air Compressor" ใช้ในการอัดลมให้มีแรงดันสูงตามที่เราต้องการเพื่อนำไปใช้ประโยชน์และประยุคใช้ได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบลมในโรงงานอุตสาหกรรมตั้งแต่ขนาดเล็ก ตลอดจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ระบบนิวเมติกส์ และอุตสาหกรรมครัวเรือน เช่นบริษัทซ่อมรถ ซึ่งจะใช้เป็นปั๊มลมชนิดลูกสูบ (Piston Air Compressor) เพราะใช้แรงดัน (Pressure) ไม่สูงมาก เป็นต้น ส่วนเครื่องปั้มลมที่ใช้ในโรงงานส่วนใหญ่นั้นส่วนใหญ่แล้วจะใช้เป็นปั๊มลมประเภทสกรู (Screw Air Compressor) ซึ่งจะใช้แรงลมที่มากกว่า
การเลือกซื้อปั้มลม
เราต้องเลือกดูงานที่เราจะใช้ เราต้องการปั้มที่แรงดันมากน้อยแค่ไหน ปริมาณลมที่ต้องการมาก ความต่อเนื่องของงาน และปริมาณการจ่ายลม ลมที่ใช้ต้องสะอาดระดับไหน เช่น การใช้ทำงานของช่างไม้ ใช้ปั้มลูกสูบ อาจจะต้องการแรงลมมากพอสมควร อาจจะข้อแตกต่างเรื่องความสม่ำเสมอของงานทำให้ ขนาดของถังบรรจุลมที่ใหญ่ สามารถทำงานได้ไม่ขาดระยะ เครื่องก็จะไม่ต้องทำหน้าที่หนักคือปั้มทำงานบ่อย ขณะที่ความดันหรือปริมาณลมลดต่ำลง หรือ จะใช้ปั้มลมกับแอร์บลัช ทำเลที่ตั้งการใช้งานมีส่วนสำคัญ เช่น ที่บริเวรชุมชน บ้านพักอาศัย อาจก่อให้เกิดปัญหากับคนข้างบ้านได้ ความแตกต่าง ระหว่าง ปั้มลมสายพาน กับโรตารี่ (Rotary) ปั้มลมสายพานจะเสียงเบากว่าปั้มลม โรตารี่ (Rotary) ถ้าคุณต้องการลมที่มีความสะอาด ใช้ปั้มลมแบบ ไดอะเฟรม เพราะลมจะไม่ได้สัมผัสกับโลหะเลย แต่ให้แรงลมน้อยมากๆ ใช้กับอุดสาหกรรมเคมี อาจมีอาการลมขาดตอนบ้าง ส่วนปั้มลมแบบสกรูเราจะพบเห็นตามโรงงานเป็นส่วนมาก ให้แรงลมต่อเนื่องและมีความดันตามขนาดของตู้ เป็นต้น

วิธีซื้อปั้มลมใช้เองที่บ้าน
โดยที่ปั้มลมที่คนนิยมสูงสุดคือ ปั้มลมแบบลูกสูบ (PISTON COMPRESSOR) มีหลายยี่ห้อเช่น TRYTON,OKURA, PUMA, SWAN, RAMBO, ROWEL, ANTO
ให้เราเลือกจากการใช้งานของเรา
1. แรงดันลมที่เราใช้งาน
2. ปริมาณแรงลมที่ใช้ต่อเนื่อง
3. สถานที่ใช้งาน เนื่องจากปั้มลมแต่ละจำพวก จะมีเสียงดังไม่เท่ากัน
4. ลมที่ใช้งานมีความสะอาดขนาดไหน

ปั้มลมสามารถแบ่ง 6 หมวด
1. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบลูกสูบ (PISTON COMPRESSOR)
2. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบสกรู (SCREW COMPRESSOR)
3. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบไดอะเฟรม (DIAPHARGM COMPRESSOR)
4. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบใบพัดเลื่อน (SLIDING VANE ROTARY COMPRESSOR)
5. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบใบพัดหมุน (ROOTS COMPRESSOR)
6. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบกังหัน (RADIAL AND AXIAL FLOW COMPRESSOR)
เครื่องปั๊มลมหรือเครื่องอัดลมอันดับนี้ยังถูกแบบออกเป็นประเภทย่อยๆได้อีก อาทิเช่น
- Belt Drive Screw Air Compressor
- Direct Drive Screw Air Compressor
- Variable Speed Drive Screw Air Compressor
- Vacuum Screw Air Compressor
- Single Stage Screw Air Compressor
- Two Stage Screw Air Compressor

วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557

มาทำความรู้จักปั๊มน้ำและจุดดีของปั๊มน้ำกันเถอะ


มาทำความรู้จักปั๊มน้ำและจุดดีของปั๊มน้ำกันเถอะ
ปั๊มน้ำ เป็นเครื่องมือช่างหรือเครื่องไม้เครื่องมือไฟฟ้า อีกกลุ่มหนึ่งที่ใช้มาก  ในอุตสาหกรรมและ ตามบ้านเรือน โดยโดยเจาะจงตามที่พักอาศัยซึ่งเป็นอาคารชุด ตามอาคารสำนักงาน อาคารพาณิชย์ต่างๆ หรือในบางพื้นที่ที่ต้องการสูบน้ำ จากใต้ดินขึ้นมาใช้
ดังนั้นการรู้จักมักจี่ซื้อ รู้จักวิธีการใช้และการติดตั้ง “ปั๊มน้ำ” อย่างถูกวิธีจะไม่ก่อให้ เกิดการรั่ว ไหลและสิ้นเปลืองพลังงานและเป็นการใช้ไฟฟ้าและใช้น้ำอย่างมี ประสิทธิภาพ และราคาปั๊มน้ำที่ถูกลงมาก

วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับ ตู้เชื่อมไฟฟ้าหรือการเชื่อมโลหะด้วยธูปเชื่อมหุ้มฟลักซ์ (Manual Matel Arc Weldingหรือ MMA)



ศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับ ตู้เชื่อมไฟฟ้าหรือการเชื่อมโลหะด้วยธูปเชื่อมหุ้มฟลักซ์ (Manual Matel Arc Weldingหรือ MMA) ตู้เชื่อมไฟฟ้าเป็นเครื่องมือช่างจะใช้กระแสไฟฟ้าทำให้เกิดไฟฟ้าอาร์กระหว่างธูปเชื่อม (หรือลวดเชื่อม) กับชิ้นงาน ความร้อนที่เกิดขึ้นทำให้ปลายลวดเชื่อมหลอมละลายลงไปเติมแนวเชื่อม ส่วนฟลักซ์เมื่อถูกหลอมละลายบางส่วนจะกลายเป็นแก็สปกคลุมบริเวณแนวเชื่อมเพื่อป้องกันอากาศที่มีอ๊อกซิเจน ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดสนิม บางส่วนจะกลายเป็นสแลกปกคลุมแนวเชื่อม กระแสไฟที่ใช้เชื่อมสามารถใช้ได้ทั้งกระแสตรง (ARC DC) หรือกระแสสลับ (ARC AC) ซึ่งเราจะขออธิบายในคราวต่อไป

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การเลือกสรรซื้อปั๊มลมและประเภทปั๊มลม


การเลือกสรรซื้อปั๊มลมและประเภทปั๊มลม
ปั๊มลมสามารถแยกแยะเป็น 6 ประเภท
1. ปั๊มลมแบบลูกสูบ (PISTON COMPRESSOR)
เป็นเครื่องอัดลมหรือปั๊มลมที่นิยมใช้ถือว่าเป็นปั๊มลมที่ใช้กันมากที่สุดเนื่องจากศักยภาพอัดลม คือสร้างความดันหรือแรงดันได้ตั้งแต่ 1บาร์ (bar)ไล่ระดับไปจนถึงเป็นพันบาร์(bar) เป็นเหตุให้ปั๊มลมแบบลูกสูบทำได้ตั้งแต่ความดันต่ำ ความดันปานกลาง จนไปถึงความดันสูง มีแบบใช้สายพาน จะให้เสียงเงียบกว่าแบบ โรตารี่ ที่มีมอเตอร์ในตัว จุดดีของโรตารี่คือได้ลมใช้งานที่รวดเร็วกว่าแบบสายพาน
2.ปั้มลมแบบสกรู (SCREW COMPRESSOR)
เป็นที่นิยมในโรงงาน ตัวเครื่องมีการผลิตที่มีคุณลักษณะสูงในการผลิตโรเตอร์ ตัวเครื่องจะ ไม่มีลิ้นในการเปิดปิด แต่ต้องการระบบระบายความร้อนที่ดีออกจากปั้มมีทั้งระบบระบายความร้อนด้วยอากาศหรือใช้น้ำระบายความร้อนหากเป็นเครื่องปริมาตรใหญ่ ปั้มลมจะสามารถจ่ายลม 170 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที (m3/min) อีกทั้งสร้างความดันได้ถึง 10 บาร์
3. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบไดอะเฟรม (DIAPHARGM COMPRESSOR)
เป็นปั๊มลมที่ใช้ตัวไดอะแฟรมทำให้การดำเนินการของลูกสูบและหัวดูดอากาศแยกออกจากกัน ดังนั้นลมที่ถูกดูดเขาในปั๊ม หรืออัดอากาศ จะไม่ได้มีการโดนหรือสัมผัสกับส่วนที่เป็นโลหะ และลมที่ได้จะไม่มีการผสมน้ำมันหล่อลื่นแต่จะไม่สามารถสร้างแรงดันได้สูง จุดดีคือลมที่ได้จากปั๊มประเภทนี้จึงมีความปลอดภัยมากและมักใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมเคมี และอาจะใช้ในการอุสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำเนื่องจากเสียงที่นุ่มนวลกว่าแบบลูกสูบ
4. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบใบพัดเลื่อน (SLIDING VANE ROTARY COMPRESSOR)
ราคาปั๊มลมชนิดนี้จุดเด่นคือเสี่ยงจะไม่ดังการทำงานของการหมุนจะเรียบมีความสม่ำเสมอการอัดอากาศคงที่ ไม่มีลิ้นหรือวาวล์ในการเปิดปิดในพื้นที่จำกัดทำให้ไวต่อความร้อน หากต้องการประสิทธิภาพที่ดีจะต้องผลิตด้วยความประณีต สามารถกระจายลม 4-100 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที (m3/min) ส่วนความดันทำได้ที่ 4-10 บาร์(Bar)
5. ปั้มลมแบบใบพัดหมุน (ROOTS COMPRESSOR)
เครื่องปั๊มลมนี้จะมีใบพัดหมุน 2 ตัว เมื่อโรเตอร์ 2 ตัวทำการหมุน สภาพอากาศจะถูกดูดจากฝากหนึ่งไปยังอีกฝากหนึ่ง โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงขนาด ทำให้อากาศไม่ถูกบีบหรืออัดตัว แต่อากาศจะถูกอัดตัวก็ต่อเมื่ออากาศได้ถูกส่งเข้าไปยังถังเก็บลม ปั้มลมแบบนี้ทุนเดิมการผลิตจะแพง ไม่มีลิ้น ไม่ต้องการหล่อลื่นขณะทำงาน แต่ต้องมีการระบายความร้อนที่ดี
6. ปั้มลมแบบกังหัน (RADIAL AND AXIAL FLOW COMPRESSOR)
ขายปั๊มลมปั้มลมแบบนี้จะได้อัตราการจ่ายลมที่มาก ประเภทเป็นใบพัดกังหันดูดเข้ามาจากด้านหนึ่งไปสู่อีกด้านหนึ่งด้วยการหมุนความเร็วสูง ลักษณะใบพัดจึงมีส่วนสำคัญเรื่องอัตราการจ่ายลมด้วย

วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สว่านไฟฟ้า(Drills)เป็นเครื่องมือช่าง ที่ช่วยเอื้ออำนวยความปลอดภัย


สว่านไฟฟ้า(Drills)เป็นเครื่องมือช่าง ที่ช่วยเอื้ออำนวยความปลอดภัยไม่น้อยในการปรับปรุงซ่อมแซมอุปกรณ์ หรือวัสดุที่หมดสภาพเสียหาย สว่านไฟฟ้าสามารถใช้งานได้นานาประการรูปแบบ ใช้ได้ทั้งงานช่าง งาน ประดิษฐ์ และงานตกแต่งทั่วไป สว่านไฟฟ้าจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับช่างเลยก็ว่าได้ การมีไว้ติดบ้านสำหรับบุคคลทั่วไป นั้น จะมีเก็บไว้หรือไม่ก็ได้ ซึ่งแล้วแต่ความจำเป็น โดยทั่วไปแล้ว สว่านไฟฟ้าจะมีหลาก หลายแบบซึ่งแต่ละชนิดก็ใช้งานในลักษณะต่างๆกัน สว่านไฟฟ้าบางตัวสามารถใช้งานเฉพาะ  เจาะ ยึด ขันน๊อต แต่บางรุ่นอาจจะมีความสามารถ เจาะกระแทก เพิ่มเติมเข้ามาด้วย เราควรเลือกใช้งานสว่านไฟฟ้า ให้สมควรกับงานที่ทำในแต่ละอย่าง
 สว่านมีแบบไหนบ้างมาดูกัน
1. สว่านมือ เป็นสว่านที่ใช้แรงมือ เหมาะสมกับงานที่ไม่ใหญ่มาก
2. สว่านไฟฟ้า เป็นสว่านที่ใช้พลังงานจากไฟฟ้า เหมาะกับงานหนัก มีให้เลือก หลายลักษณะ
3. สว่านแบบมือถือ (Hand-held drill)  เป็นแบบที่ใช้งานโดยใช้มือถือตัวเครื่องเอาไว้ ทั้งหมด ซึ่งก็มีอีกหลายประเภทแยกย่อยลงไปอีกตามการใช้งานเพื่อให้เราสามารถเลือกซื้อสว่านไฟฟ้าที่เหมาะกับงบ ประมาณและครอบคลุมการใช้งานที่เราต้องการทั้งหมด
4. สว่านไฟฟ้า แบบธรมดา (Pistol-grip (corded) drill)
เหมาะสำหรับการเจาะไม้ อลูมีเนียม และเหล็กที่ไม่หนามาก สว่านแบบนี้มีข้อดีตรงที่มีระบบการทำงานที่เรียบ ง่าย  มีราคาถูก ส่วนข้อเสียที่เห็นได้ชัด คือมีความหลากหลายในการใช้งานน้อยกว่าสว่านประเภทอื่นๆนั่นเอง
5. สว่านกระแทก (Hammer drill)
เป็นสว่านที่เพิ่มความสามารถในการเจาะคอนกรีตเข้ามา โดยในการเจาะคอนกรีตนั้นเราจะเจาะโดยใช้แค่การหมุนดอก สว่าน(แบบสว่านปกติ)ไม่ได้ แต่ในขณะที่ดอกสว่านหมุนนั้นจะต้องมีการกระแทกร่วมด้วย ในสว่านกระแทกนั้นหัวจับดอก สว่าน(chuck) จะมีการเคลื่อนที่สลับหน้าหลังไปด้วยอย่างรวดเร็วในขณะที่หมุน โดยเขา จะวัดความเร็วในการกระแทกเป็น BPM (Blows per minute) แปลว่า การกระแทกกี่ครั้งต่อหนึ่งนาที  สว่านโรตารี่ (Rotary hammer drill) เป็นสว่านที่มีความสามารถในการเจาะคอนกรีตเช่นกัน แต่ ความแตกต่างระหว่าง สว่านกระแทกกับสว่านโรตารี่อยู่ตรงที่ ระบบกลไกการกระแทกที่พัฒนาขึ้น ทำให้สว่านโรตารี่มี แรงกระแทกที่มากกว่ามาก มากเสียจนถ้าใช้หัวจับดอกสว่านแบบธรรมดาดอกสว่านอาจจะกระเด็นหลุดออกมาเลยก็ได้ สว่าน โรตารี่จึงจำเป็นต้องใช้หัวจับดอก(chuck) แบบพิเศษที่เรียกว่า SDS (Special Direct  System)  ซึ่งถูกพัฒนามาเพื่อรองรับแรงกระแทกของสว่านชนิดนี้
6. สว่านไร้สาย
นับเป็นสว่านที่ได้รับความชื่นชมอีกชนิด เพราะความสะดวกในการใช้งาน เป็น สว่านที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ซึ่งในยุคปัจจุบันสว่านไร้สายมีลักษณะการใช้งานที่ แทบจะเหมือนกับสว่านต่อสายไฟ มีทั้งสว่านกระแทกไร้สาย สว่านโรตารี่ไร้สาย และอื่นๆ แต่ที่เห็นจะเป็นประโยชน์ใช้สอยอัน โดดเด่นที่สุด คงจะเป็นการใช้ขันสกรูนั่นเอง (ใช้เป็นไขควงไฟฟ้า(Power Screwdriver)) โดยปกติแล้ว  ช่างจะใช้สว่านธรรมดาในการขันสกรู แต่การใช้สว่านในการขันสกรูมีจุด บกพร่องตรงที่บางครั้ง สว่านมีความเร็วมากเกินไป และไม่มีตัวกำหนดแรงบิด แปลว่า หลายครั้งที่สกรูจะกินเข้าเนื้อ ไม้มากเกินไป หรือในกรณีวัสดุอ่อนเช่น MDF การใช้แรงมากไปอาจทำให้เกลียวหวานเลยก็ได้ แต่ในสว่านไร้สายหลายรุ่น เราสามารถตั้งค่าแรงบิดได้ (Torque Control) เพื่อให้เราสามารถขันสกรูด้วยแรงบิดที่เหมาะสมได้

วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การเลือกซื้อเครื่องขัดกระดาษทราย


การเลือกซื้อเครื่องขัดกระดาษทราย
เป็นเครื่องมือช่างที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่ด้านบนกระดาษทรายแบบไม่ขาดระยะอยู่ด้านล่าง มีลูกกลิ้งหรือสายพานเคลื่อนไปได้ทั้งหน้าและหลัง การที่ช่างไม้จะทำงานไม้ให้ออกมาดูดีขึ้นอยู่กับหลายเหตุ และการขัดไม้ให้ออกมาดูดี สวย เรียบก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ฉะนั้นการขัดไม้ให้ออกมาดูดีจึงสำคัญไม่น้อยกว่าการดีไซน์งานไม้เลยก็ว่าได้
เครื่องขัดกระดาษทรายถือว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยในงานนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องขัดกระดาษทรายไม่ได้ใช้ในงานขัดไม้ที่ขรุขระให้เรียบอย่างเดียวทั้งหมด ยังใช้กับงานอื่นๆ เช่น เมื่อมีการสร้างชิ้นส่วนของเฟอร์นิเจอร์หรือลักษณะที่เหมือนกัน เช่นบันได แต่งเติมผิวไม้ให้เรียบก็ทำได้เช่นกัน และสามารถใช้กับงานลอกสีสำหรับทาสีใหม่ได้ ขัดรอยเชื่อมต่อของไฟเบอร์กลาสให้เรียบสำหรับงานซ่อมรถยนต์ เป็นเครื่องขัดสีรถยนต์ได้อีกด้วย เครื่องขัดกระดาษทรายพวกเขาจะใช้โดยทั่วไปเพื่อการตกแต่งและขัดพื้นผิวที่ขรุขระมาก และทำการขัดพื้นผิวปรับระดับ
ตอนใช้งานอย่ากดน้ำหนักลงบนเครื่องขัดกระดาษทราย ให้น้ำหนักของเครื่องทำงาน บางรุ่นนั้นมีตัวจำกัดความเร็ว มีคุณค่าสำหรับเครื่องขัดกระดาษทรายมาก เพราะว่าจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมความเร็วของสายพานขัด เพิ่มความเร็วในการจะช่วยให้ขัดได้อย่างรวดเร็วและทำลายล้างปัญหาในการควบคุมไปได้ด้วย
การเลือกเครื่องขัดกระดาษทราย
ควรจะเลือกเครื่องขัดกระดาษทรายสายพานให้เหมาะกับงานเครื่องขัดกระดาษทรายขนาดเล็กถึงขนาดกลางมีตั้งแต่ของจีนราคาไม่กี่ร้อย ถึงสินค้ายี่ห้อมาตรฐานราคาหลายๆพัน เครื่องขัดกระดาษทรายแบบรถถัง หรือที่เรียกว่าเครื่องขัดกระดาษทรายสายพาน เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ค่อนข้างกว้างราคาหลายพันบาททีเดียว บางรุ่นจะมีกระดาษทรายที่แคบแต่ยาว แต่บางรุ่นจะเป็นแบบกระดาษทรายกว้างมากก็มี
วัสดุที่อ่อนต้องใช้กระดาษทรายที่หยาบกว่าเบอร์ 38-80 จะขัดได้ลึกและเร็วกว่ากระดาษทรายเบอร์ละเอียดเช่นเบอร์ 100 หรือสูงกว่า ตัวอย่างเช่นใช้เบอร์ 36 หรือ 40 ในการขัดหยาบหรือลอกสี และใช้เบอร์150 ขัดผิวสุดท้ายก่อนทาน้ำมันชักเงา
ในท้องตลาดมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อเช่น เครื่องขัดกระดาษทราย makitaที่นิยมและอีกหลายๆยี่ห้อทั้งเครื่องขัดกระดาษทราย clinton,Samto,Bosch,Maktec,Okara,Kuani,Shinano แนะนำให้ดูตามความสามารถ ฟังก์ชั่นในการใช้งานและการรับประกัน

สิ่งที่คุณควรทำเมื่อใช้เครื่องขัดกระดาษทราย
1. ใส่อุปกรณ์ช่วยป้องกันฝุ่น
2.ให้แน่ใจว่าเครื่องขัดกระดาษทรายปิดแน่นอนก่อนจะเสียบปลั๊กไฟ
3.ปรับความตึงของสายพานขัดเพื่อให้เข้าท่ากับการทำงาน
4.ใช้เครื่องขัดกระดาษทรายในทิศทางที่ถูกต้อง อย่าเปลี่ยนทิศกะทันหัน
5.ให้มือห่างจากสายพานเครื่องขัดกระดาษทราย
6.ใช้มือทั้งสองข้างในการทำงาน จับให้มั่นเหมาะมือ
7.ชำระล้างฝุ่นและมอเตอร์หลังจากการใช้งานแล้ว
8.ใส่แว่นตานิรภัยเพื่อคุ้มครองใบหน้าและดวงตา

วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีเครื่องสูบน้ำ

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีเครื่องสูบน้ำ

ในบรรดาเครื่องสูบน้ำที่หลากหลายนั้น เครื่องสูบหอยโข่ง ( volute pump) ถือเป็นเครื่องสูบน้ำที่ได้รับการพัฒนาก้าวหน้ามากที่สุด เพราะว่าสามารถสูบน้ำได้ในอัตราที่สูง และมีการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ
ชนิดของปั๊ม
            1 ปั๊มน้ำอัตโนมัติ เหมาะสำหรับอาคาร ตึกแถว ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยวเป็นระบบสวิตซ์เปิด-ปิดอัตโนมัติ ประหยัดไฟกำลังส่งไปยังจุดต่างๆภายในบ้านได้ดี สามารถต่อกับเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องซักผ้า หรือก๊อกน้ำได้
2 ปั๊มน้ำหอยโข่ง เหมาะกับงานเกษตร งานสูบน้ำขึ้นตึกสูง งานสูบจากแท็งค์หรือบ่อ งานหัวจ่ายน้ำ sprinkle
สามารถสูบน้ำได้ในปริมาณที่มากหรือแรงส่งสูงๆ
3  ปั้มน้ำจุ่ม ใช้กับงานสูบน้ำออก เช่น งานน้ำท่วม บ่อน้ำพุ มีกำลังส่งต่ำ แต่สูบน้ำได้ปริมาณมากๆ

ลักษณะของเครื่องสูบน้ำ
การแบ่งลักษณะของปั๊มใบพัดหมุน (Turbo Pump) ปั๊มน้ำใบพัดหมุนอาจแบ่งแยกง่ายๆ ตามลักษณะใบพัดได้ 3 ชนิดดังนี้
ปั๊มหอยโข่งแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ (Centrifugal Pump) เฮดน้ำเกิดจากแรงเหวี่ยงหนีศูนย์จากการหมุนของใบพัด ใช้กันอย่างแพร่หลาย สามารถใช้เฮดน้ำสูง
ปั๊มน้ำการไหลแบบผสม (Mixed Flow Pump) ปั๊มชนิดนี้เฮดน้ำเกิดจากแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ของใบพัดส่วนหนึ่ง และเกิดจากแรงดึงน้ำของใบพัด (Impeller Lift) อีกส่วนหนึ่ง
ปั๊มน้ำการไหลตามแนวแกน (Axial Flow Pump) เฮดน้ำจากปั๊มประเภทนี้เกิดจากแรงที่ใบพัดกระทำต่อของเหลวตามแนวแกน ปั๊มชนิดนี้ใช้กันแพร่หลาย เมื่อต้องการปริมาณการไหลมาก และเฮดต่ำ
หลักการทำงานของเครื่องสูบน้ำชนิดหอยโข่ง  เครื่องสูบน้ำชนิดโวลูท ดูดน้ำและส่งน้ำได้อย่างไร ?
           ในสมัยที่เราเป็นเด็กเราคงเคยทดลองเล่น โดยให้น้ำหยดบนร่มที่กำลังหมุนใช่ไหม? น้ำหยดเล็กๆ จะถูกเหวี่ยงให้กระจายออกจากร่มที่กำลังหมุนอยู่นั้นในทำนองเดียวกันถ้าเราขว้างตุ้มฆ้อน เราต้องหมุนตัวเราให้เร็วที่สุดก่อน เพื่อที่จะขว้างตุ้มค้อนให้ได้ไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้ขอให้เรามาทำการทดลองดูสักอย่างโดยอาศัยเครื่องมือง่ายๆ ที่ปรากฏในรูปข้างซ้ายมือนี้ เมื่อใบพัด (impeller) ที่ก้นของอุปกรณ์หมุนน้ำจะหมุนตามไปด้วย การหมุนทำให้ผิวน้ำยุบตัวต่ำที่สุดตรงส่วนกลาง และระดับน้ำสูงสุดตามบริเวณขอบของอุปกรณ์ เหตุผลก็คือว่าน้ำเคลื่อนที่ออกจากศูนย์กลางของการหมุนภายใต้การกระทำของแรงหนีศูนย์กลางที่เกิดจากการหมุนนั้น ความดันภายในของน้ำจะลดที่บริเวณศูนย์กลางแต่จะเพิ่มมากขึ้นที่บริเวณขอบโดยหลักการแล้วเครื่องสูบน้ำชนิดโวลูทก็เหมือนกับอุปกรณ์ทดลองที่แสดงมาแล้วข้างบนนี้ คือเมื่อใบพัดในเครื่องสูบหมุน ความดันของน้ำจะเพิ่มมากขึ้น เพราะแรงหนีศูนย์กลางน้ำจะถูกเหวี่ยงออกจากบริเวณศูนย์กลางการหมุนอย่างต่อเนื่อง
ลักษณะของเครื่องสูบน้ำชนิดหอยโข่ง
            โดยปกติเราจะใช้ตัวแปร 4 ตัวแปร เป็นเครื่องบอกลักษณะการทำงานของเครื่องสูบน้ำแต่ละขนาด ลักษณะการทำงานของเครื่องสูบน้ำแต่ละขนาดโดยใช้ตัวแปร 4 ตัวเป็นตัววัดเรียกว่า พฤติลักษณะ (characteristic) ของเครื่องสูบ ตัวแปรเหล่านี้ได้แก่อัตราการสูบ ,เฮดหรือความสูงของน้ำที่สามารถส่งขึ้นไปได้ ,กำลังที่เพลา และประสิทธิภาพ

1. อัตราการสูบ (Flow Rate) หมายถึงปริมาณ หรือจำนวนของน้ำที่เครื่องสูบแต่ละเครื่องสูบได้ต่อหน่วยของเวลา โดยมากจะใช้หน่วยของอัตรสูบ ม3 /นาที หรือ ลิตร/นาที อย่างไรก็ตามขนาดของเครื่องสูบนิยมเรียกตามขนาดของท่อดูด ดังนั้นมาตรฐานอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (JIS) จึงได้จัดทำตารางเครื่องสูบที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างขนาดท่อดูดที่เหมาะสมที่อัตราการสูบหนึ่งๆ ดังแสดงในตารางด้านซ้ายมือ
2. เฮด (Head) คือแรงดัน หรือความสูงที่เครื่องสูบน้ำทำได้ ถือเป็นธรรมเนียมว่าให้ใช้ หน่วยความสูงของน้ำที่เป็นค่าเฮด และใช้หน่วยเป็นเมตร (ม.) พฤติลักษณะของเครื่องสูบแบบโวลูทก็คือ อัตราการไหลจะเป็นปฎิภาคกลับกับเฮด หรืออีกนัยหนึ่งก็คือว่าถ้าอัตราการไหลสูงเฮดจะต่ำ และถ้าอัตราการไหลต่ำเฮดจะสูง เราสามารถสร้างชาร์ตแสดงความสัมพันธ์ของอัตราการไหลกับเฮดได้โดยให้เฮดอยู่ในแนวแกนตั้ง และอัตราการไหลในแนวแกนนอน อัตรการไหลที่เฮดต่างๆ เมื่อกำหนดแต่ละค่า และเชื่อมต่อจุด (พลอต) เหล่านี้ด้วยกันก็จะได้เส้นโค้งที่ลดต่ำลงจากซ้ายไปขวาดังรูปที่แสดงทางซ้ายมือ
3. กำลังเพลา (Shaft power) กำลังของเครื่องดันกำลังเหมือนปั๊มน้ำบาดาลเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการขับเพลาของเครื่องสูบน้ำให้หมุนตามรอบที่กำหนด กำลังเครื่องฉุดถ่ายทอดผ่านเพลาไปสู่เพลาของเครื่องสูบน้ำ เรียกว่า กำลังเพลา ถ้าเราจะสร้างชาร์ตแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างกำลังเพลากับอัตราการไหล เราก็สามารถทำได้เช่นเดียวกับชาร์ตแสดงความสัมพันธ์ของเฮดกับอัตราการไหล โดยให้แกนนอนเป็นอัตราการไหลเหมือนเดิม แต่ให้แกนตั้งเป็นกำลังเพลาแทน ในกรณีเช่นนี้กราฟจะโค้งตกจากขวาไปซ้าย กำลังของเครื่องสูบจะต้องมีมากพอที่จะชดเชยกำลังที่สูญเสียไปในเพลา โดยปกติแล้วจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นเครื่องดันกำลัง ในกรณีอย่างนี้จะคิดเป็นกิโลวัตต์ (kW) แต่ถ้าเป็นเครื่องสูบเป็นเครื่องยนต์กำลังสูบคิดเป็นแรงม้า (PS)
ประสิทธิภาพ (Efficiency) สัดส่วน (ratio)  ราคาปั๊มน้ำ (price)ของงานที่ได้จากเครื่องสูบ (หมายถึง กำลังที่ใช้ในการยกน้ำทางทฤษฏี) เมื่อเปรียบเทียบกับกำลังของเพลาที่ได้จากเครื่องฉุด เรียกว่าประสิทธิภาพ ค่านี้มักจะแสดงหน่วยเป็นเปอร์เซนต์ (%) เส้นโค้งแสดงพฤติลักษณะของเครื่องสูบน้ำเมื่อใช้แกนตั้งเป็นประสิทธิภาพ และแกนนอนเป็นอัตราการไหล
สิ่งที่ควรรู้ในการซื้อปั้มน้ำ
1. รู้ปริมาณน้ำ
2. รู้จำนวนแรงม้า
3. รู้ขนาดท่อดูดท่อส่งของปั๊มว่ากี่นิ้ว
4. ไฟที่ใช้ว่ากี่เฟส
5. รู้ระยะทางการส่งน้ำ
การเลือกซื้อปั๊มน้ำอัตโนมัติ
1.รู้รายละเอียดการใช้น้ำ เช่น ถ้าจะติดตั้งสปริงเกลอร์ต้องรู้ปริมาณน้ำและแรงดันของสปริงเกลอร์
2.เลือกปั๊มน้ำ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ปั๊มทะเล/เคมีสำหรับสูบน้ำทะเลหรือเคมี, ปั๊มหอยโข่งสำหรับงานเกษตร,งานสปริงเกลอร์,งานประปาหมู่บ้านหรืองานดับเพลิง , ปั๊มแช่สำหรับงานดูดน้ำบาดาล,น้ำดีหรือน้ำเสีย
3.เลือกขนาดของปั้มน้ำ ในการเลือกปั๊มต้องดูว่าปั๊มสามารถจ่ายปริมาณน้ำได้มากแค่ไหนเพียงพอกับการใช้งานหรือไม่และที่แรงดันน้ำที่ต้องการ เช่น
           - ปริมาณน้ำ 280 ลิตร/นาที หรือ 30 m3 / h (ลูกบาศก์เมตร / ชั่วโมง)
           -แรงดัน5บาร์(10 m=1bar ) ระยะทางส่ง50เมตรเท่ากับ 5บาร์
           - ขนาดมอเตอร์ 220 V.หรือ380 V (Volt แรงดันไฟฟ้าที่จ่ายเข้ามอเตอร์)
           -50 Hz. (Hertz ความถี่ไฟฟ้าที่มอเตอร์ใช้)
           - 400 W. (Wat กำลังไฟฟ้าที่มอเตอร์ใช้)
           - 1.6 A. ( Amp กระแสไฟฟ้า ที่มอเตอร์ใช้)

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การเลือกซื้อและเลือกใช้ เครื่องล้างรถ (High Pressure Cleaners)

การเลือกซื้อและเลือกใช้ เครื่องล้างรถ (High Pressure Cleaners)

เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง เป็นวัสดุอุปกรณ์หรือเครื่องมือช่างที่ช่วยทำความสะอาด ทั้งสำหรับการใช้งานภายในบ้าน ที่พักอาศัย ธุรกิจขนาดเล็ก รวมไปถึงโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
สำหรับการใช้งานภายในบ้าน ที่พักอาศัย และธุรกิจขนาดเล็ก เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ถือเป็นเครื่องไม้เครื่องมือสารพัดประโยชน์ เช่น งานล้างรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ งานล้างท่อระบายน้ำ งานก่อสร้าง งานล้างพื้นที่ขนาดเล็ก ล้างพื้น คราบสกปรกจากฝุ่น โคลน คราบดิน คราบน้ำมัน ตะไคร่น้ำ การล้างกระจก มุ้งลวด หรือล้างแอร์ รวมถึงงานสวนต่างๆ ฯลฯ ในการเลือกซื้อก็ควรคำนึงถึงวิธีการใช้งานที่ง่าย ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก และควรมีระบบหยุดอัตโนมัติเมื่อไม่มีการใช้งาน เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน

สำหรับการใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม ปั๊มอัดฉีดแรงดันสูง จะใช้สำหรับงานล้างที่ต้องการแรงดันสูงและปริมาณน้ำมาก เช่น งานปิโตรเคมี งานลอกพื้นผิว งานลอกคราบยาง งานลอกสนิม การทำความสะอาดเครื่องใช้ไม้สอยหรือสารเคมีที่ตกค้างอยู่ในแทงค์ การกระเทาะหรือสกัดผิววัสดุ และยังสามารถตัดวัสดุได้อย่างสวยงามและละเอียด อีกทั้งยังมีรุ่นที่สามารถผลิตน้ำร้อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาด ฯลฯ โดยที่ตัวเครื่องแข็งแกร่ง รองรับงานหนัก และต่อเนื่อง แทนความต้องการในเรื่องแรงดัน และปริมาณน้ำได้หลากหลาย กำลังมอเตอร์สูง พร้อมระบบหยุดอัตโนมัติ เมื่อไม่มีการใช้งาน และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้ ด้วยฟังก์ชั่นที่ใช้งานสบาย ไม่ซับซ้อน
ข้อควรคำนึงในการเลือกใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง
1. ประเภทของเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง
เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงแบบใช้ไฟฟ้า ไฟฟ้าที่ใช้มีทั้ง 220 V (Single phase) ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานทำความสะอาดทั่วไป และ 380 V (3 phase) เหมาะสำหรับงานฉีดล้างทำความสะอาดในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงแบบเครื่องยนต์ เหมาะสำหรับใช้ในพื้นที่ๆ ไม่มีไฟฟ้าใช้ มีความแข็งแรงมากกว่า แต่จะมีเสียงดังจากเครื่องยนต์ และควันไอเสีย จึงเหมาะสำหรับใช้งานกลางแจ้ง
2. เครื่องล้างอัดฉีดน้ำแรงดันสูงแบบน้ำร้อน / น้ำเย็น
เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงระบบน้ำร้อน เหมาะสำหรับใช้งานในอุตสาหกรรมหนัก อุตสาหกรรมอาหาร หรือฟาร์มปศุสัตว์
เครื่องฉีดอัดน้ำแรงดันสูงระบบน้ำเย็น เหมาะสำหรับใช้งานทั่วๆไป รวมถึงงานทำความสะอาดรถยนต์ ธุรกิจการค้าคาร์แคร์ต่างๆ
3. เปรียบเทียบสเป็คของเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงหรือเครื่องล้างรถในแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ โดยสังเกตจาก
แรงดันน้ำ (Pressure) มีหน่วยเป็น bar หรือ PSI หมายถึง ความแรงของน้ำที่จะกระทบกับพื้นผิวที่ต้องการทำความสะอาด
อัตราการไหลของน้ำ (Water Flow Rate) มีหน่วยเป็น ลิตร/ชม. หรือ ลิตร/นาที
กล่าวโดยสรุปคือ เครื่องฉีดน้ำล้างรถแรงดันสูงที่มีแรงดันน้ำ (Pressure) เท่ากัน แต่มีอัตราการไหลของน้ำ (Water Flow Rate) มากกว่า จะมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดได้ดีกว่า
http://machinestheme.tumblr.com/post/100286019861/high